วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ว่างๆ + เซ็งๆ

สวัสดีค่ะ

ตอนนี้เรากำลังเรียน วิชาคอมพิวเตอร์อยู่ อาจารย์สั่งให้ส่งงาน และลองทำ E-Book ดู ซึ่งเราส่งงานแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำ E-Book เรากะว่าจะค่อยกลับไปทำที่บ้าน ตอนนี้เลยไม่มีอะไรทำ ก็เลยเข้ามาอัพ blog ก็ไม่มีอะไรจะพูดมาก อ้อ แล้วไว้เดี๋ยวตอนเย็น เราจะมาอัพเรื่องผลสอบรามอีกที ไปล่ะ

บ๊ายบาย

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

กลอนแต่งเอง(มั่วๆ) # 2

สวัสดีอีกที
เราแต่งกลอนเล่นๆไว้อันหนึ่ง แต่งเมื่อวานนี้ แบบว่าอารมณ์ศิลป์มันขึ้นอีกแล้ว กลอนที่เราแต่งนี่ ไม่ค่อยจะเป็นก่อนซักเท่าไหร่หรอกนะ เพราะเราแต่งตามใจชอบ แต่แต่งแล้วมีความสุข เลยเอามาลงไว้ ให้อ่านกันเล่นๆเหมือนเดิม ยังไงก็ติชมกันได้เน้อ^O^

......ละเลงลมเริงร่าดั่งลาโง่

ละลิ่วลอยเป็นโล่ดั่งฟ้าสรร

ระริกรื่นอิ่มรักดั่งตะวัน

รายเรียงกันหลับไหลในตัวเรา......

แต่งมั่วๆมา ได้แค่นี้แหละค่ะ^_^

สอบนักธรรม

สวัสดีค่ะ

วันนี้เราไปสอบนักธรรมมาแหละ เราสอบนักธรรมชั้นเอก ไม่รู้จะผ่านหรือเปล่า สอบทั้งหมด 4 วิชา คือ เรียงความแก้กระทู้ วินัย ธรรม พุทธประวัติ โดยวิชากระทู้เราสอบครึ่งวันเช้า ส่วนวิชาที่เหลือสอบครึ่งวันบ่าย แต่วันนี้ที่เรามาอัพ blog เพราะกะจะมาเล่าเรื่องขำๆเรื่องหนึ่งให้ฟัง คือ มันเป็นเรื่องที่ไปสอบมาวันนี้แหละ คือ วิชากระทู้เนี่ย เราจำไม่ค่อยได้ว่าแบบฟอร์มการเขียนมันเป็นยังไง แล้วก็นักธรรมเอกน่ะ เค้าจะให้เราสวมสุภาษิต 3 บท ทีนี้เราก็กลัวจำไม่ได้อีก สุดท้ายเราก็เลยจดโพยเข้าไปในห้องสอบด้วย(แบบว่าเพื่อนๆเราจดกันทุกคน=_=) แล้วทีนี้ด้วยความโชดดี้โชดดีของเรา ทำให้เราได้โต๊ะนั่งหน้าสุดเลย ซึ่งมันทำให้เราไม่สามารถดูโพยได้อย่างสะดวก แต่นั่นยังไม่เท่าไหร่ แบบว่ายังพอจะแอบดูได้บ้าง แต่พอสักพักหนึ่ง พระอาจารย์ที่คุมสอบ แกก็มานั่งอยู่ตรงหน้าเราเลย โหยยยย อยากจะบอกว่าเป็นอะไรที่จี๊ดมากๆ ทีนี้ก็เอาล่ะสิ ไม่รู้จะทำยังไง รออยู่สักพักพระอาจารย์แกก็ยังไม่ลุกออกไปซักที สุดท้ายเราก็เลยเอาโพยออกมากางกันเห็นๆไปเลย-_-' แต่พอพระอาจารย์เห็น เราเองก็เสียวๆเหมือนกัน แต่แกก็ยิ้มๆไม่ได้ว่าอะไร เหอะๆเป็นเรื่องที่แปลกมากสำหรับเรา แล้วก็วันนี้เราคิดว่า วิชาพุทธประวัติ จะเป็นวิชาที่ง่ายที่สุดแต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่า มันยากมากที่สุดใความรู้สึกของเรา
เอาล่ะวันนี้คงแค่นี้ก่อน แล้วจะมาอัพใหม่

บ๊ายบาย

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ความไว้วางใจ

สวัสดีค่ะ
สำหรับอาทิตย์นี้ของเรา การบ้านก็ยังเยอะตามเคย ก็ต้องค่อยๆทยอยทำกันไป ส่วนวันนี้เรามาอัพblogเพิ่ม เพราะนึกอยากจะอัพขึ้นมากระทันหัน(เป็นเหตุผลที่ดีเนอะ-_-) ไม่หรอก จริงๆแล้วเมื่อกี้เราเข้าไปเช็คเมล์มา แล้วเจอคนส่ง Forward mail มาให้ มีเนื้อหาเป็นบทความที่เราว่า มันให้แง่คิดดีๆเหมือนกัน เลยเอามาลงให้อ่าน หรือถ้าใครอยากจะเอาไปส่งต่อก็ได้นะ ไม่หวง ยังไงก็ลองอ่านดูค่ะ

ความไว้วางใจ

กาลครั้งหนึ่ง......."ไฟ" , "น้ำ" และ "ความไว้วางใจ".......ได้เดินเล่นกันอยู่ในป่า และคุยกันถึงว่า หากต้องพลัดหลงกันแล้ว....จะตามหากันเจอได้อย่างไร?.....

ไฟ บอกว่า “ให้มองหาควัน เพราะว่าควันอยู่ที่ไหนผมก็อยู่ที่นั่น”

ส่วนน้ำ ก็บอกว่า “ให้มองหาหญ้าเขียว ๆ และดอกไม้ ผมอยู่ตรงนั้นแหละ”

ความไว้วางใจ ... ยิ้มเป็นนัย ๆ ก่อนจะพูดว่า “สำหรับผม พวกคุณต้องไม่ทำให้ผมหลงทาง เพราะถ้าผมหายไปแล้ว..... พวกคุณจะไม่มีวันได้ตัวผมกลับมาอีกเลย”

วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

การซ่อน Taskbar

สวัสดีค่ะ

...วันนี้รู้สึกเซ็งๆเบื่อๆยังไงก็ไม่รู้ แล้วก็ว่างๆด้วยเลยแวะมาอัพไรนิดหน่อย ไหนๆก็เปิดคอมแล้ว เอาเป็นว่าวันนี้เราเอาเกร็ดความรู้เกี่ยวกับคอมฯมาฝาก เป็นเรื่องที่เกิดจากการทดลองทำของตัวเราเอง แต่ว่าเทคนิคนี้คงจะมีคนรู้กันอยู่แล้วล่ะนะ แต่เราเพิ่งจะรู้เมื่อไม่นานมานี้เอง เลยเอามาบอกเผื่อมีใครที่ยังไม่รู้

เรื่องนี้เป็นการทำให้ Taskbar หายไปในเวลาปกติ และจะปรากฎขึ้นเมื่อเราเอาเม้าส์ไปวางตรงริมหน้าจอด้านล่าง(หรือบริเวณที่เคยปรากฎ taskbar มาก่อน) ซึ่งเราสามารถทำได้โดย
1. คลิกเม้าส์ขวาตรง Taskbar แล้วกด properties
2. ตรงส่วนของ Taskbar จะมีหัวข้อย่อยหลายอย่าง ให้คลิกเลือก Auto-hide the taskbar
3. กด Apply หากต้องการให้เป็นการตั้งค่านี้ตลอดไป(แม้จะ restartแล้วก็ตามการตั้งค่าก็จะเป็นแบบนี้อยู่)
4. หรือกด OK หากต้องการกลับคืนสู่การตั้งค่าเดิมหลังจาก restart แล้ว

แค่นี้ก็จะเป็นตามที่บอกแล้ว การทำแบบนี้ สำหรับเรา เอาไว้ทำเวลาจะ prin screen งาน ส่งครู หรือเวลาที่เราไม่ต้องการให้มันเกะกะหน้าจอ
ยังไงก็ลองไปทำดูก็ได้นะคะ สำหรับวันนี้คงพอแค่นี้ก่อน ไว้วันหลังจะมาอัพใหม่

บ๊าย บาย


ปล.พรุ่งนี้วันลอยกระทงแล้ว เรายังไม่รู้เลยว่าจะไปลอยที่ไหนดี=_=

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ลักษณะการประพันธ์ หัวใจชายหนุ่ม (วิชาภาษาไทย)

สวัสดีอีกครั้งค่ะ

เมื่อกี้เพิ่งไปทำการบ้านต่อจากเมื่อเช้า เราไปทำการบ้านวิชาภาษาไทยมา เป็นงานที่ให้หาลักษณะการประพันธ์ ของเรื่องหัวใจชายหนุ่ม เราทำเสร็จแล้วเลยเอามาลงให้เป็นความรู้กัน หรือเผื่อใครต้องทำการบ้านเรื่องนี้ ก็มาเอาบทความตรงนี้ไปได้นะคะ^^

ลักษณะการประพันธ์
หัวใจชายหนุ่ม เป็นการประพันธ์ประเภทบันเทิงคดี
บันเทิงคดี หมายถึง เรื่องที่แต่งขึ้นโดยอาศัยเค้าความจริงของสังคมและชีวิต หรือแต่งขึ้นจากจินตนาการก็ได้ บันเทิงคดีร้อยแก้วอาจมีรูปแบบเป็น
๑) นิทานหรือนิยาย
๒) นวนิยาย
๓) เรื่องสั้น

รูปแบบของบันเทิงคดีเจริญเต็มที่แล้วตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๖ ความจริงของบันเทิงคดี ปรากฏชัดในด้านต่อไปนี้
๑) การผูกเรื่อง ให้มีความคิดสำคัญเกี่ยวกับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมของมนุษย์
๒) กลวิธีในการแต่ง หรือกลวิธีในการเสนอเรื่อง
๓) ท่วงทำนองในการแต่ง

๔) วรรณกรรมแปลจากภาษาต่าง ๆ

วันสบายๆ & กลอนแต่งเอง

สวัสดีค่ะ
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่เรารู้สึกว่า มีความสุขมากๆๆๆๆที่สุดเลยล่ะค่ะ ถึงแม้ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดาคุณครูทั้งหลายจะสั่งการบ้านเยอะแยะมากมายก็ตาม(ตอนนี้ทำเสร็จไปวิชาเดียว แอบแม่เปิดคอมมานั่งอัพblogซะก่อน^^) แต่เพราะว่าวันนี้อากาศดี แดดก็ไม่ร้อน เราเลยคิดว่าช่างเป็นวันที่สดใสเสียนี่กระไร(เริ่มเว่อร์แล้ว) แล้วก็วันนี้ ความจริงที่โรงเรียนเรามีจัดไปทัศนศึกษาด้วยนะ แต่ไม่ได้บังคับ ใครจะไปหรือไม่ไปก็ได้ เราก็เลยตัดสินใจไม่ไป เพราะอย่างที่บอกอาทิตย์นี้การบ้านเยอะมากๆ คิดว่าอยู่ทำการบ้านดีกว่า เดี๋ยวไว้วันจันทร์ค่อยถามเพื่อนที่ไปว่าเป็นยังไงบ้าง เอาล่ะพูดมาตั้งเยอะแล้ว วันนี้คงพอแค่นี้ เดี๋ยวต้องไปทำการบ้านก่อน แล้วจะมาอัพต่อวันหลัง
บ๊าย บาย

ปล.เมื่อเช้านี้ อยู่ดีๆก็นึกอยากแต่งกลอนขึ้นมา แบบว่าอารมณ์ศิลป์กำลังขึ้น เลยเอามาลงให้อ่าน อ่านแล้วก็ติชมกันได้นะคะ

...ไม่ว่าสุขโศกเศร้าหรือเหงาจิต
ล้วนต่างคิดต่างเห็นหลากความหมาย
คนหนึ่งว่าสุขแล้วทุกข์ของคู่กาย
สองสิ่งคือสายสัมพันธ์นิรันดร์กาล
ส่วนอีกหนึ่งนั้นว่าช่างโง่เขลา
จะความเศร้าเหงาสุขสนุกสนาน
ท้ายสุดแล้วก็จากไปใช่อยู่นาน
เป็นวันวานที่ผันผ่านไม่กลับมา...

แค่นี้แหละค่ะ แต่ว่ายังไม่จบนะคะ แต่งไม่ออกแล้ว ไว้วันหลังจะมาต่อใหม่^^

วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

งานภาษาอังกฤษ

สวัสดีค่ะ
วันนี้เรามาอัพblogเพิ่มแล้ว เราเอางานวิชาภาษาอังกฤษที่รร.มาลงนะคะ เอามาให้อ่านกันเล่นๆ (เราใช้คำง่ายๆเขียน รับรองว่าใครอ่านแล้วต้องแปลออกแน่นอนจ้ะ^^)

หัวข้อ:: What things did you parent want from you?
I remember,When I was young , My mother tell me about my education in the future. She said "I want to see when you finish education and have a good job".
Now , I intend study because I want to be a judge , And I hope I can do because it is gift for my mother.

จบแล้วค่ะ เราเขียนแบบมั่วๆนะ เพราะไม่ค่อยถนัดเรื่องภาษาอังกฤษ แต่เราก็พยายามที่สุดแล้ว ได้เท่านี้แหละ ส่วนใครเข้ามาอ่านแล้วติชมกันได้นะ
สำหรับวันนี้คงแค่นี้ก่อน ไว้วันหลังจะมาอัพใหม่
บ๊าย บาย